ศุกร์. ธ.ค. 2nd, 2022
ประวัติผู้จัดการทีม

ประวัติผู้จัดการทีม เส้นทางชีวิตของ เดอะ สเปเชี่ยลวัน โชเซ่ มูรินโญ่

ประวัติผู้จัดการทีม โชเซ่ มูรินโญ่ (Jose Mourinho) เกิด 26 มกราคม ค.ศ. 1963 เมืองซึตูบัล ประเทศโปรตุเกส เป็นลูกชายของเฟลิกซ์ มูรินโญ่ อดีตประวัติผู้จัดการทีม และผู้รักษาประตู ทีมชาติโปรตุเกส เจ้าตัวเดินตามรอยเท้าพ่อ ด้วยการเป็นนักฟุตบอล เล่นในตำแหน่งกองหลัง เขาไม่ได้เป็นนักฟุตบอลที่โดดเด่น

ไม่ได้มีความสำคัญต่อทีม จนถึงขั้นไม่เคยลงสนาม ในการแข่งขันเลยสักนัก ให้กับทีมต้นสังกัด ที่พ่อของเขา เป็นผู้จัดการทีม แต่สุดท้าย การแข่งขันนัดแรกของเจ้าตัว ก็ได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อเพื่อนร่วมทีม ที่เล่นในตำแหน่งกองหลัง ได้รับบาดเจ็บ มูรินโญ่จึงได้รับโอกาส ในการลงสนามแข่งขัน

แต่ในเกมส์นั้น ถือเป็นเกมส์สุดท้าย ของพ่อของเขา ซึ่งภายหลังจากจบการแข่งขัน พ่อของเขาก็โดนปลด ออกจากการเป็นผู้จัดการทีม เนื่องจากผู้บริหารของสโมสร มองว่าเฟลิกซ์ ใช้อำนาจในการเป็นผู้จัดการทีม ดันลูกชายของตัวเอง ลงแข่งในเกมส์วันนั้น และหลังจากนั้น มูรินโญ่ได้บอกกับตัวเองว่า จะไม่ยอมให้เรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นในชีวิตของเขา และพ่อของเขา อย่างแน่นอน บทความกีฬาที่น่าสนใจ

ประวัติผู้จัดการทีม มูรินโญ่ กับเส้นทางในการเริ่มต้นอาชีพผู้ช่วยผู้จัดการทีม

มูรินโญ่ในวัย 23 ปี ก็ได้ตัดสินใจ เลิกเล่นฟุตบอล เนื่องจากไม่มีพรสวรรค์ ในด้านนี้ ต่อมาแม่ของเขา ได้ส่งไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ในสาขาบริหาร แต่เขารู้ดีว่า นี่ไม่ใช่เส้นทาง ที่เขาต้องการ จากนั้นเขาก็ได้ลาออก จากมหาวิทยาลัยทันที ในวันแรกที่เปิดภาคเรียน และไปสมัตรเรียน ในสาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา

มูรินโญ่ได้ปฏิญาณตนว่า ผมอาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่กว่าสนาม แต่ผมจะต้องยิ่งใหญ่ให้ได้ ในโลกของฟุตบอล ต่อมา 5 ปี หลังจากนั้น เขาได้สำเร็จการศึกษา เรียนจบหลักสูตร และตัวเขาเองนั้นก็พร้อมแล้ว ที่จะเผชิญหน้า ในโลกของฟุตบอล ในฐานะผู้จัดการทีม เจ้าตัวได้รับโอกาส ในการคุมทีมครั้งแรก ในฐานะโค้ช จากทีมระดับท้องถิ่น

ตัวเขาพยายามลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเอง เท่าที่เขาจะทำได้ แม้แต่การเป็นเทรนเนอร์ ให้กับนักเตะในยิม และแล้วโอกาสที่ยิ่งใหญ่ครั้งแรก ก็ได้เข้ามาในชีวิตของเขา เมื่อเซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน ตำนานนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เข้ามาคุมทีมสปอร์ตติ้ง ลิสบอน เจ้าตัวถูกเรียกให้เป็นล่าม ภาษาอังกฤษ ให้กับร็อบสัน

นี่ถือเป็นโอกาสที่ดีของเขา ที่จะได้เรียนรู้การทำงาน จากสุดยอดประวัติผู้จัดการทีมผู้จัดการทีม อย่างร็อบสัน และหลังจากนั้นอีก 2 ปี ร็อบสันถูกปลดออกจากตำแหน่งโค้ชลิสบอน และก็ได้รับข้อเสนอ จากทีมเอฟซี ปอร์โต ในทันที และก็เป็นที่แน่นอน ว่าร็อบสันจะต้องดึงผู้ช่วยของเขา อย่างมูรินโญ่ไปร่วมทีมด้วย

โดยร็อบสันได้เผยว่า มูรินโญ่เป็นเหมือนผู้ช่วยที่ชาญฉลาด อีกทั้งตัวเขาก็ได้ช่วยตัดสินใจ ในหลาย ๆ เรื่องให้กับทีม ในเวลานั้น ฉากหน้าอาจจะมองว่า ตัวเขาเป็นแค่ล่ามภาษา แต่เบื้องหลัง เขาคือที่ปรึกาของร็อบสัน หรือในฐานะผู้ช่วยโค้ช ที่ช่วยวางแท็คติกทีม ทั้งในภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ

ทั้งคู่ทำให้ปอร์โต มีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยม ได้พาทีมไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ในรายการแข่งขัน ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ถึงแม้ว่าทีมจะต้องพบกับความพ่ายแพ้ ตกรอบไปในที่สุด แต่ทั้งคู่ก็ได้พาทีมสร้างสถิติมากมาย ด้วยการคว้าแชมป์ลีกโปรตุเกส 2 สมัยติดต่อกัน และคว้าถ้วยแชมป์ซุปเปอร์คัพ อีก 3 ใบ และถ้วยลีกคัพอีก 1 ใบ ถือเป็นคู่หูในเป็นประวัติผู้จัดการทีมฟุตบอล ในเวลานั้น

หลังจากที่กอบโกยแชมป์มาอย่างมากมาย จนอิ่มตัวที่ปอร์โต คู่หูร็อบรินโญ่ ก็ถึงเวลาที่จะต้อง ออกไปหาความท้าทายใหม่ ๆ และสถานีต่อไปของพวกเขา ก็คือสโมสรเจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลนา โดยในปี 1996 ทั้งคู่ได้สร้างประวัติผู้จัดการทีมฟุตบอล เข้ามาทำงานในถิ่นคัมป์นู และหลังจากทำงานร่วมกันมา 5 ปี ทั้งคู่เหมือนเป็นแบดแมน และโรบิน ที่ทำงานร่วมกันได้อย่างดี ที่บาร์เซโลนา

มูรินโญ่มีบทบาทมากขึ้น เขาแทบจะแบ่งภาระในการคุมทีม ครึ่งหนึ่งของร็อบสันเลยก็ว่าได้ ร็อบสันวางแผนเกมส์รุก ส่วนตัวเขาวางแผนเกมส์รับ และในซีซั่นแรกของทั้งคู่ ก็ได้พาทีมบาร์ซา คว้าถ้วยแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ วินเนอร์สคัพ มาครอบครองได้สำเร็จ ซึ่งในทีมบาร์ซาตอนนั้น มีกองหน้าที่เก่งที่สุดในโลกอย่าง โรนัลโด เอลฟีโรมีนอล อยู่ในทีม

ต่อมาในปี 1997 ร็อบสันก็ต้องแยกย้ายกับมูรินโญ่ จบชีวิตคู่หูประวัติผู้จัดการทีมฟุตบอล โดยร็อบสันไปคุมทีมในลีกฮอนแลนด์ สโมสรพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น แต่ในครั้งนี้ ร็อบสันไม่มีมูรินโญ่ติดตามไปด้วย เพราะเขาขออยู่เป็นผู้ช่วยให้กับโค้ชคนใหม่ ที่บาร์เซโลนา โดย 5 ปีที่ได้ร่วมงานกันมา ทำให้ตัวเขาได้คติในการทำงาน จากร็อบสันว่า ให้ถ่อมตัวตลอดเวลา ไม่เช่นนั้นก็อย่าหลงลำพอง

เมื่อต้องพบกับความพ่ายแพ้ ก็อย่าคิดว่าตัวเองเป็นสาเหตุทั้งหมด และเมื่อเขาได้ร่วมงานกับผู้จัดการทีมที่เก่งอีกคน อย่างหลุยส์ ฟานกัล ที่มีชื่อเสียงในประวัติผู้จัดการทีม เพียงปีแรกทั้งคู่ก็ได้พาทีมบ์ซา คว้าแชมป์ลีก มาครองได้สำเร็จ ฟานกัลมองว่าผู้ช่วยของเขานั้น หยิ่งผยองมั่นใจในตัวเองสูง นั่นเป็นสิ่งที่เขาชื่นขอบ ในตัวของมูรินโญ่ เพราะป็นเพียงคนเดียว ที่กล้าเตือน เวลาที่ฟานกัลทำผิดพลาด

หลุยส์ ฟานกัล ไว้วางใจให้ผู้ช่วยของเขา ยืนคุมทีมอยู่ข้างสนาม ในเกมส์สำคัญหลายครั้ง เพื่อปลุกปั้นให้ศิษย์รักคนนี้ ได้ซึมซับวิถีแห่งการเป็นโค้ช เช่นเดียวกับการให้โอกาส นักเตะดาวรุ่งลงสนาม วันเวลาล่วงเลยไปถึง 5 ปี ในการทำงานร่วมกันของทั้งคู่ ในปี 2000 ฟานกัลได้แยกทางกับบาร์ซา

ประวัติผู้จัดการทีม

ประวัติผู้จัดการทีมการเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลครั้งแรกในชีวิตของมูรินโญ่

ในปี 2001 มูรินโญ่ได้เริ่มต้นเป็นผู้จัดการทีม ครั้งแรกอย่างเต็มตัว ให้กับสโมสรเบนฟิกา แต่เขาก็ต้องพบกับความผิดหวัง เมื่อคุมทีมได้เพียง 8 นัด หลังจากที่ทำผลงานในสนาม ไม่ค่อยสวยหรู ทำให้เขาต้องย้ายไปคุมทีม ระดับดิวิชั่นล่างของประเทศ จากนั้นในปี 2002 ตัวเขาได้เข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมเอฟซี ปอร์โต

ในวันที่เปิดตัวกับปอร์โต เขาได้ประกาศต่อหน้าสื่อว่า ในฤดูกาลหน้า เขาจะพาสโมสรคว้าแชมป์ลีก และก็ทำให้ใครต่อใครหลายคน ได้หัวเราะกับสิ่งที่เขาพูด เพราะเขาไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันเลย แต่แล้วเขาก็พาทีมปอร์โต คว้าแชมป์ลีก ได้อย่างเหนือความคาดหมาย เขาได้ทำตาม ในสิ่งที่เขาได้ลั่นวาจาเอาไว้ได้สำเร็จ

อีกทั้งยังสามารถพาทีมคว้าถ้วยแชมป์ยูฟ่าคัพ มาครองได้อีกใบ และเป็นการคว้าดับเบิ้ลแชมป์ ในฐานะผู้จัดการทีม ถือเป็นการสร้างประวัติผู้จัดการทีมให้กับตัวเขา ต่อมาในการแข่งขันยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก ฤดูกาล 2003-2004 เขาพาทีมปอร์โต คว้าถ้วยแชมป์มาครองได้สำเร็จ และยังคว้าแชมป์ลีก เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันด้วย ถือเป็นคว้าดับเบิ้ลแชมป์ ให้กับตัวเขาด้วย และนี่ถือเป็นการประกาศ ให้ทั่วโลกได้รับรู้ ถึงฝีมือการคุมทีมฟุตบอล

ประวัติผู้จัดการทีม

ประวัติผู้จัดการทีมการเป็นผู้จัดการทีมฟุบอลที่ยิ่งใหญ่ของมูรินโญ่

ในปี 2005 เขาก็ได้เข้ารับตำแหน่ง ผู้จัดการทีมเชลซี แห่งเวทีพรีเมียร์ลีก ซึ่งถือเป็นการพิสูจน์ฝีมือของตัวเขาเองด้วย ในซีซั่นแรกของเขา ก็ได้พาทีมคว้าแชมป์ลีกมาครองได้สำเร็จ และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ของสโมสรที่ได้ถ้วยแชมป์ลีก และเป็นการตอกย้ำในความสำเร็จ และสร้างชื่อ สร้างเกียรติประวัติผู้จัดการทีม ให้กับตัวเขาเอง

จากนั้นมูรินโญ่ ก็ได้ไปคุมทีมงูใหญ่ อินเตอร์มิลาน และสร้างประวัติผู้จัดการทีม พาทีมคว้าถ้วยแชมป์เซเรียอา 2 สมัย ถ้วยโคปปาอิตาเลีย 1 สมัย ถ้วยซูเปอร์โคปปา อิตาเลียนา 1 สมัย และคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ในปี 2010 และหลังจากจบฤดูกาล เขาก็ได้ย้ายไปคุมทีมราชันชุดขาว เรอัล มาดริด

ตลอดการคุมทัพราชันชุดขาว 3 ฤดูกาล เขาได้สร้างชื่อเสียง ประวัติผู้จัดการทีมขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ในฤดูกาล 2011/2012 และสร้างสถิติของสโมสร เก็บคะแนนได้ถึง 100 แต้ม และทำประตูในลีกไป 121 ลูก อีกทั้งยังพาทีมคว้าถ้วยแชมป์โกปาเดลเรย์ และสแปนิช ซูเปอร์ คัพ อย่างละ 1 สมัย และนี่ก็ถือเป็นประวัติผู้จัดการทีมที่ยิ่งใหญ่ แห่งโลกลูกหนังของ เดอะ สเปเชี่ยลวัน

จากได้ที่สร้างประวัติผู้จัดการทีมฟุตบอล เขาก็ได้รับโอกาสในการคุมทีมอีกหลายสโมสร อย่าง ปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ และต่อมาก็ได้หันไปคุมทีมหมาป่าแห่งกรุงโรม สโมสรโรมา เพื่อสร้างเกียรติประวัติผู้จัดการทีมฟุตบอลต่อไป

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *